Jump to Navigation

สคร7. ลงนาม MOU เปลี่ยนนิคมโรคเรื้อนอํานาจเจริญเป็นชุมชนปกติ

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี กรมควบคุมโรค ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) บูรณาการนิคมโรคเรื้อนนิคมอำนาจเจริญ สู่ชุมชนทั่วไป เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของอดีตผู้ป่วยโรคเรื้อนให้ทัดเทียมกับประชาชนทั่วไป
วันนี้ 8 กันยายน 2557 นายแพทย์อาจินต์ ชลพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงบูรณาการนิคมโรคเรื้อนนิคมอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญสู่ชุมชนทั่วไป ณ ห้องประชุมชัยพฤกษ์ โรงพยาบาลอำนาจเจริญ ว่ากรมควบคุมโรคเล็งเห็นถึงความสำคัญ และคุณประโยชน์อันเกิดแก่ผู้อาศัยในนิคม อาทิ การเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ได้รับการยอมรับและบริการจากสังคมอย่างเท่าเทียมเหมือนประชาชนทั่วไป จึงเร่งผลักดันให้การบูรณาการนิคมโรคเรื้อนสู่ชุมชนทั่วไปเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี”

สคร.7 ห่วงโรคตาแดงระบาด

ผอ.สคร.7 เผย ฤดูฝนเป็นช่วงระบาดของโรคตาแดง แนะผู้ป่วยโรคตาแดง ควรหยุดงาน หรือหยุดเรียนป้องกันมิให้โรคลุกลาม และขอให้ผู้ปกครองย้ำเตือนลูกหลานอย่าลงไปเล่นน้ำท่วมขัง
นพ.ศรายุธ อุตตมางคพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ฤดูฝนก่อให้เกิดความชื้นแฉะ ทั่วไปทำให้เชื้อโรคบางชนิดเจริญได้ดี  โรคติดต่อที่ส่วนใหญ่มักจะระบาดมากในช่วงหน้าฝนของทุกปีและช่วงที่เกิดน้ำท่วม คือโรคตาแดง  โรคนี้พบได้ทุกเพศ ทุกวัย เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่โดยมากจะพบในเด็กเพราะมีภูมิคุ้มกันน้อย ร่วมกับการดูแลตนเองหรือการป้องกันการติดเชื้อไม่ดีพอ โรคตาแดงเป็นการอักเสบของเยื่อบุตาขาว อาจเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ โดยทั่วไปจะมีอาการเจ็บเคืองตา ตาแดง น้ำตาไหลหรือมีขี้ตา บางคนมีเยื่อบุตาขาวบวม อาจเริ่มเป็นตาเดียวก่อน แล้วค่อยลามไปตาอีกข้าง  จากข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 18 สิงหาคม 2557 ทั่วประเทศ มีผู้ป่วยแล้ว 115,255 ราย ส่วนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ สคร.7 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 ถึงวันที่  5 กันยายน 2557 มีผู้ป่วยแล้วจำนวนทั้งสิ้น 32,937 รายทั้งนี้โรคดังกล่าวพบในผู้ป่วยทุกวัย เกือบครึ่งเป็นเด็กเล็กและวัยเรียน คาดว่าผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นตลอดฤดูฝนปีนี้ ตั้งแต่วันที่  

"อีโบลา"เขย่าขวัญ ขึ้นภาวะฉุกเฉินทั่วโลก

category:

คําประกาศขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO หลังการเรียกประชุมฉุกเฉินสองวัน ว่าการระบาดของเชื้ออีโบลาเป็น "ภาวะฉุกเฉินทั่วโลก" สะท้อนถึงสถานการณ์ที่ร้ายแรงและต้องเร่งรีบควบคุมป้องกันพร้อมกันทั้งโลก ไม่เฉพาะในพื้นที่ระบาดในแอฟริกาฝั่งตะวันตก

ต่อเนื่องจากที่สหรัฐอเมริกาและองค์กรแพทย์ไร้พรมแดนต่างประกาศว่า การระบาดของอีโบลา "ควบคุมไม่ได้" และการแพร่ระบาดนอกแอฟริกาตะวันตกเป็นสิ่งที่ "หลีกเลี่ยงไม่ได้"

อีสุกอีใสระบาดหนักกว่าปีที่แล้ว 3 เท่า เตือนเลี่ยงกินยาแอสไพริน

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปี 2557 พบผู้ป่วยโรคสุกใสเพิ่มมากขึ้นกว่าทุกปี โดยในรอบ 6 เดือน ตั้งแต่ ม.ค. - มิ.ย. พบผู้ป่วย 63,510 ราย เฉลี่ยวันละ 350 ราย เสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ปี 2556 มีผู้ป่วยทั้งปี 49,398 ราย เฉลี่ยวันละ 135 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต เรียกว่าป่วยสูงกว่าปีที่แล้วเกือบ 3 เท่า จึงสั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันการเจ็บป่วย และให้ทุกโรงพยาบาลเพิ่มมาตรการการดูแลผู้ป่วย เพื่อป้องกันการเสียชีวิตให้มากที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเรื้อรังประจำตัว เนื่องจากมีภูมิต้านทานโรคต่ำกว่า หากติดเชื้อและป่วยจะมีอาการรุนแรง
       
       นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า โรคสุกใส หรืออีสุกอีใส เกิดจากเชื้อไวรัส “วาริเซลลา (Varicella)” ชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดงูสวัด โรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายทางการไอ จาม หายใจรดกัน หรือการสัมผัส รวมทั้งการใช้ของร่วมกัน อาการป่วยหลังรับเชื้อ 2 - 3 สัปดาห์ หากเป็นเด็กเล็กจะมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร ส่วนผู้ใหญ่จะมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัวคล้ายไข้หวัด มีผื่นขึ้นพร้อมๆ กับวันที่เริ่มมีไข้หรือขึ้นหลังมีไข้ 1 วัน บางรายมีตุ่มขึ้นในช่องปาก ทำให้ปากและลิ้นเปื่อย โดยระยะแรกจะมีผื่นแดงขึ้นตามตัว ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มใส และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขุ่นคล้ายหนอง แล้วกระจายไปตามใบหน้า ลำตัว แผ่นหลัง และช่องปาก จากนั้น 2 - 3 วัน ผื่นจะตกสะเก็ด สำหรับการรักษานั้นในรายที่เป็นไม่มาก อาจดูแลตัวเองที่บ้านตามอาการ เช่น มีไข้ ให้ทานยาพาราเซตามอล หากมีอาการคันให้ใช้ยาทา เพื่อลดอาการคัน ในรายที่มีไข้สูง มีผื่นขึ้นตามตัวมาก มีอาการเจ็บป่วยรุนแรงขึ้น เช่น หายใจหอบ ชัก ซึมลง ต้องรีบพบแพทย์

Pages

Subscribe to สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี RSS


Main menu 2

by Dr. Radut